“เซบีญา” (Sevilla) เมืองแห่งการลงทุนและการค้า

งานสัมมนาเรื่อง “เซบีญา” เมืองแห่งการลงทุนและการค้า

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 สภาจังหวัดเซบีญา สมาพันธ์นักธุรกิจเซบีญา ร่วมกับสถาบันการทูตแห่งราชอาณาจักรสเปน จัดงานสัมมนาเรื่อง “เซบีญา” เมืองแห่งการลงทุนและการค้า (Sevilla: una Provincia para la Inversión y el Comercio) ณ โรงแรม Hotel Intercontinental กรุงมาดริด เพื่อประชาสัมพันธ์โอกาสทางธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของจังหวัดเซบีญา รวมทั้งส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากนักธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งมีผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวน 100 คน โดยนาย Fernando Rodríguez Villalobos ประธานสภาจังหวัดเซบีญา นาย Juan Espadas นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเซบีญา และนาย Miguel Rus Palacios ประธานสมาพันธ์นักธุรกิจจังหวัดเซบีญา เป็นประธานการสัมมนาซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ “เซบีญา” เมืองแห่งการลงทุน และ “เซบีญา” เมืองแห่งการค้า สาระสำคัญของการสัมมนาสรุปได้ ดังนี้

 

1. ข้อมูลพื้นฐานแคว้นอันดาลูเซียและจังหวัดเซบีญา

• แคว้นอันดาลูเซียตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศสเปน ประกอบด้วย 8 จังหวัด ได้แก่ อัลเมเรีย กาดิซ กอร์โดบา กรานาดา อูเอลบา ฆาเอน มาลากา และเซบีญา เป็นแคว้นที่มีประชากรอาศัยมากที่สุดในสเปน (ประมาณ 8.4 ล้านคน) และมีพื้นที่ 87,597 ตร.กม. หรือร้อยละ 17.3 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศสเปน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากแคว้น กาสติยา อี เลออน
• จังหวัดเซบีญาเป็นเมืองเอกของแคว้นอันดาลูเซีย มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านคน ในทางเศรษฐกิจ จังหวัดเซบีญามีบริษัทจัดตั้งจำนวน 113,000 บริษัท มีรายได้ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 24.92 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในแคว้นอันดาลูเซีย และอัตราการส่งออกของจังหวัดมีสัดส่วนร้อยละ 21 ของการส่งออกของแคว้นอันดาลูเซียทั้งหมด ภาคการส่งออกของจังหวัด เซบีญามีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 10 ในปี ค.ศ. 2015 จังหวัดเซบีญาได้รับเงินลงทุนจากต่างประเทศกว่า 361 ล้านยูโร หรือร้อยละ 64 ของเงินลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดในแคว้นอันดาลูเซีย มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญของแคว้น อาทิ นิคมอุตสาหกรรม Isla Mayor ที่ Dos Hermanas และนิคมอุตสาหกรรม ณ เมือง Alcalá de Guadaira ที่มีการรวมตัวของบริษัทกว่า 3,000 บริษัท นอกจากนี้ จังหวัดเซบีญายังเหมาะสมในการอยู่อาศัย ผู้คนเป็นมิตร ปลอดภัย มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งที่ดีและครอบคลุม มี ความมั่นคงทางการเมือง รัฐบาลท้องถิ่นส่งเสริมการลงทุน หน่วยงานของรัฐมีความสัมพันธ์อันดีกับนักธุรกิจ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้จังหวัดเซบีญาเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนและการค้า

2. การสัมมนาส่วนแรก “เซบีญา” เมืองแห่งการลงทุน

นำเสนอความพร้อมของจังหวัดเซบีญาสำหรับการลงทุนและการค้า โดยแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่

2.1 อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกาะการ์ตูฆา (Parque Científico-Tecnológico Isla de la Cartuja หรือ PCT Cartuja) นาย Luis Pérez Díaz ผู้อำนวยการด้านนวัตกรรมและโครงการ PCT Cartuja กล่าวว่า อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกาะการ์ตูฆาเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทจำนวน 423 แห่งและหน่วยงานอื่น ๆ ที่มุ่งมั่นการพัฒนาด้านนวัตกรรม และการผลิตบนพื้นฐานของการวิจัย การพัฒนาและนวัตกรรม (R&D&I) ซึ่งสร้างมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจประมาณ 1,900 ล้านยูโร บริเวณอุทยาน ฯ เคยเป็นสถานที่จัดงาน Expo Sevilla เมื่อปี ค.ศ. 1992 และแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ (1) ศูนย์วิทยาศาสตร์และบริษัท (2) มหาวิทยาลัย (3) วัฒนธรรม และ (4) การกีฬาและบันเทิง อุทยานดังกล่าวมีความสำคัญต่อจังหวัดเซบีญา เพราะสร้างงานให้แก่คนในจังหวัด ปัจจุบันมีบุคลากรทำงานในอุทยาน ฯ 16,429 ตำแหน่ง และในแต่ละวันอุทยาน ฯ เป็นศูนย์รวมของพนักงาน นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักศึกษา และผู้มาเยือนกว่า 25,000 คน (รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PCT Cartuja http://www.pctcartuja.es/)

2.2 ท่าเรือเซบีญา อุตสาหกรรมและการขนส่ง นาย Ángel Pulido Hernández ผู้อำนวยการท่าเรือ เซบีญา กล่าวว่าจังหวัดเซบีญามีความพร้อมด้านที่ตั้ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก อากาศ ทางเรือและทางรถไฟ เป็นประตูเชื่อมโยงการขนส่งสินค้ากับเมืองสำคัญของสเปน (กรุงมาดริด นครบาร์เซโลนา จังหวัดบิลเบา) ลาตินอเมริกาและตอนเหนือของทวีปแอฟริกาได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ จังหวัดเซบีญามีรถไฟฟ้าความเร็วสูง AVE (สถานีรถไฟเซบีญา ซานตา ฆุสตา) ท่าอากาศยานนานาชาติซาน ปาโบล การคมนาคมทางบกที่สะดวก และท่าเรือ เซบีญา ท่าเรือเซบีญา (Puerto de Sevilla) เป็นท่าเรือเชิงพาณิชย์แห่งเดียวของสเปนที่ตั้งอยู่ตอนในของประเทศ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกวาดัลกีบีร์ ใจกลางเมืองเซบีญา และห่างจากทางออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกประมาณ 90 กิโลเมตร ในบริเวณท่าเรือมีระบบโครงข่ายระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อกับท่าเรือทั้งทางรถไฟและทางบก และมีการจัดตั้งเขตปลอดอากร (Free Zone) จังหวัดเซบีญามีแผนพัฒนาศักยภาพของท่าเรือ เพื่อให้เป็นศูนย์รวมการขนส่งสินค้าหลากหลายวิธี (Intermodal logistic hub) ภายใต้โครงการ Tecnoport 2025 (รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่าเรือเซบีญา http://portal.apsevilla.com/web_2015/index.php และ http://www.tecnoport2025.es/)

2.3 คุณค่าของทุนมนุษย์ María José Escalona Cuaresma รองผู้อำนวยการฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและบริษัท สถาบันวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเซบีญา กล่าวว่า จังหวัดเซบีญามีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ พร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน มีอัตราการจบการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ร้อยละ 30.6 ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของแคว้นอันดาลูเซีย (ร้อยละ 28.5) ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศอยู่ที่ร้อยละ 32.3 จังหวัดเซบีญามีมหาวิทยาลัยรัฐ 3 แห่ง (Universidad de Sevilla, Universidad Pablo de Olavide และ Universidad Internacional de Andalucía) และมหาวิทยาลัยเอกชน 1 แห่ง (Universidad Loyola Andalucía) เปิดหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของบริษัท อาทิ ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์สุขภาพ (เปิดสอนแห่งเดียวในสเปน) นอกจากนี้ บริษัทสามารถค้นหาบุคคลากรเพื่อคัดเลือกเข้าทำงานได้จากฐานข้อมูลสถาบันหรือมหาวิทยาลัย

2.4 คุณภาพชีวิตและการท่องเที่ยว นาย Jorge Robles del Salto ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสมาพันธ์นักธุรกิจเซบีญา (CES) และประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสมาพันธ์นักธุรกิจสเปนรุ่นใหม่ (CEAJE) กล่าวว่า เซบีญามีสถานที่ท่องเที่ยวระดับมรดกโลก และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย อาทิ เทศกาลดนตรีฟลาเมงโก ธุรกิจการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 15 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด จังหวัดเซบีญาต้อนรับนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากนครบาร์เซโลนาและกรุงมาดริด และในปี ค.ศ. 2015 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนจังหวัดเซบีญามากกว่า 3 ล้านคน ปี ค.ศ. 2016 ธุรกิจ การท่องเที่ยวของจังหวัดเซบีญามีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 18.2 ปัจจุบัน การท่องเที่ยวเมืองเซบีญาตั้งเป้าให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือน 4.5 ล้านคนต่อปี และกำลังดำเนินการตามแผนพัฒนาเมืองเซบีญาให้เป็น smart destination ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีศึกษาพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เนตบนโทรศัพท์มือของนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

3. การสัมมนาส่วนที่สอง “เซบีญา” เมืองแห่งการค้า

 แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่

3.1 สาขาเทคโนโลยีสมัยใหม่สารสนเทศและการสื่อสาร และสาขาเศรษฐกิจดิจิตอล นาย Fernando Rodríguez del Estal ประธานคลัสเตอร์เศรษฐกิจดิจิตอล สมาคมนักธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งแคว้นอันดาลูเซีย (ETICOM) ประธานมูลนิธิศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งแคว้นอันดาลูเซีย (CTIC) และประธานศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยี FAICO กล่าวว่า อุตสาหกรรมสาขานี้มีสัดส่วนร้อยละ 1.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของแคว้นอันดาลูเซีย แคว้นอันดาลูเซียจัดอยู่ในอันดับ 3 ของประเทศสเปนในด้าน (1) ตลาดภายในประเทศ (2) จำนวนบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) (3) จำนวนพนักงานรวมทั้งนักศึกษาในสาขา ICT และ (4) ผู้ส่งออกเทคโนโลยี ICT และเศรษฐกิจดิจิตอล ในปี ค.ศ. 2014 แคว้นอันดาลูเซียมีผลประกอบการจากอุตสาหกรรมนี้ประมาณ 7,200 ล้านยูโรและสร้างงาน 30,000 ตำแหน่ง ร้อยละ 30 ของบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในแคว้น อันดาลูเซียจัดตั้งอยู่ในจังหวัดเซบีญา ในจังหวัดเซบีญามีการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ บริษัทที่ประสบความสำเร็จด้าน Digital transformation อาทิ บ. Sontel บ. Ayesa และ บ. Solutia นอกจากนี้ นาย Fernando Rodríguez del Estal ยังแจ้งว่าแคว้นอันดาลูเซียมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารอยู่ในระดับที่ดี ประชากรร้อยละ 98 และ 58 ของแคว้น อันดาลูเซียสามารถเข้าถึงการให้บริการบรอดแบรนด์อินเตอร์เนตและอินเตอร์เนตผ่านใยแก้วนำแสง ตามลำดับ

3.2 สาขาพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน นาย Isaías Rodríguez Sánchez ผู้อำนวยการการวิจัยและนวัตกรรมคลัสเตอร์พลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงานแห่งแคว้นอันดาลูเซีย (CLANER) กล่าวว่าอันดาลูเซียเป็นแคว้นที่มีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนของยุโรป เป็นที่ตั้งของบริษัทจำนวน 1,500 แห่ง มีผลประกอบการของอุตสาหกรรมสาขานี้ประมาณ 1,800 ล้านยูโร และสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 42,000 ตำแหน่ง จังหวัดเซบีญาได้เปรียบเรื่องการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพราะมีจำนวนชั่วโมงที่มีแสงแดดมากที่สุดในรอบปีของสเปน (3,381 ชั่วโมงในปี ค.ศ. 2015) นอกจากนี้จังหวัดเซบีญายังมีศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานลมและก๊าซชีวภาพ

ปัจจุบัน ในจังหวัดเซบีญามีการติดตั้งหน่วยกำลังผลิตไฟฟ้า 880 MW จากแหล่งพลังงานทดแทนทุกชนิด และเป็นจังหวัดอันดับ 2 ของแคว้นอันดาลูเซียด้านการผลิตพลังงานทดแทน ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนมีการขยายตัวขึ้นมาก โดยมีการติดตั้งหน่วยกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 13 เท่า และหากเปรียบเทียบอัตราการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนกับแหล่งพลังงานสิ้นเปลือง จังหวัดเซบีญามีอัตราการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนสูงที่สุดในประเทศสเปนถึงร้อยละ 79 ในขณะที่อัตราเฉลี่ยของแคว้นอันดาลูเซียและระดับประเทศอยู่ที่ร้อยละ 33 และร้อยละ 36 ตามลำดับ

อัตราส่วนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนในจังหวัดเซบีญาแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ (1) พลังงานแสงอาทิตย์ ร้อยละ 75 โดยร้อยละ 50 มาจากพลังงานความร้อนแสงอาทิตย์ และ ร้อยละ 25 มาจากโซลาร์เซลล์ (2) พลังงานลม ร้อยละ 14 (3) พลังน้ำ ร้อยละ 7 และ (4) ก๊าซชีวภาพ ร้อยละ 4

• การผลิตไฟฟ้าจากความร้อนแสงอาทิตย์ จังหวัดเซบีญามีการติดตั้งหน่วยผลิตไฟฟ้ามากที่สุดถึง 445 MW คิดเป็นร้อยละ 45 ของการติดตั้งทั้งหมดในแคว้นอันดาลูเซีย จังหวัดเซบีญาเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากความร้อนแสงอาทิตย์ เป็นสถานที่แรกของโลกที่มีการใช้เทคโนโลยีหอคอยไอร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ในเชิงพาณิชย์ ณ เมือง Sanlúcar la Mayor
• การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ในช่วงระยะหลังมีการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ตามอาคารหน่วยงานราชการและเอกชน อาทิ การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนอาคารจอดรถของห้างสรรพสินค้า
• การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ร้อยละ 50 โรงงานผลิตก๊าซชีวภาพในแคว้น อันดาลูเซียตั้งอยู่ในจังหวัดเซบีญา
• พลังงานลม จังหวัดเซบีญามีกำลังไฟฟ้าจากพลังงานลม 135 MW ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อแจกจ่ายต่อไป
• พลังงานน้ำ จังหวัดเซบีญามีโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ 8 แห่ง ตั้งอยู่ ณ เทือกเขาทางตอนเหนือของจังหวัด

3.3 สาขาการบินและอวกาศ นาย Joaquín Rodríguz Grau ประธานคลัสเตอร์การบินและอวกาศ Hélice แห่งแคว้นอันดาลูเซีย กล่าวว่า รายได้จากสาขาการบินและอวกาศมีสัดส่วนร้อยละ 1.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของแคว้นอันดาลูเซีย โดยอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่ร้อยละ 12 ต่อปี อุตสาหกรรมสาขาการบินและอวกาศอันดาลูเซีย จัดอยู่ในอันดับ 2 ของยุโรปด้านผลประกอบการและการสร้างงานเช่นเดียวกับเมืองตูลูส (ฝรั่งเศส) และเมืองฮัมบวร์ก (เยอรมนี) ผลประกอบการของสาขาการบินและอวกาศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของแคว้นอันดาลูเซียเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าจาก 850 ล้านยูโรในปี 2006 เป็น 23,430 ล้านยูโร และสร้างงานทางตรงเพิ่มเป็น 2 เท่าจาก 6,000 ตำแหน่งในปี 2006 เป็น 13,740 ตำแหน่งในปี 2015 กิจกรรมทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมสร้างรายได้ให้แก่ 45,000 ครอบครัว ในแคว้นอันดาลูเซียมีบริษัทด้านอุตสาหกรรมการบินและอวกาศจำนวน 118 แห่ง โดยร้อยละ 84 ตั้งอยู่ในจังหวัดเซบีญา มีการผลิตสินค้าหลายชนิด ได้แก่ เครื่องบิน โครงสร้างเครื่องบิน ขีปนาวุธ ระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่จุดเด่นของ เซบีญาคือ เป็นเมืองเดียวในสเปนที่มีการผลิตและประกอบเครื่องบินขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับที่เมืองตูลูส (ฝรั่งเศส) และเมืองฮัมบวร์ก (เยอรมนี)

3.4 สาขาอุตสาหกรรมเกษตร นาย Miguel Ángel Jiménez Segador เลขาธิการสมาคมนักธุรกิจด้านอาหารแห่งแคว้นอันดาลูเซีย (LANDALUZ) กล่าวว่าอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอันดาลูเซียเป็นแคว้นที่ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารมากที่สุดของประเทศ และสินค้าดังกล่าวมีสัดส่วนร้อยละ 50 ของการส่งออกทั้งหมดของแคว้น รายได้จากการส่งออกอยู่ที่ 9,000 ล้านยูโรต่อปี ตลาดหลักคือ สหภาพยุโรป (เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี เป็นตลาดหลัก) สหรัฐอเมริกา และจีน มีการสร้างงานกว่า 58,000 ตำแหน่ง (ร้อยละ 27 ของการจ้างงานทั้งหมดของแคว้น) และผลประกอบการของแคว้นร้อยละ 31 ก็มาจากอุตสาหกรรมนี้เช่นกัน จังหวัดที่ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารมากที่สุดของแคว้นคือ อัลเมเรียและเซบีญา

แคว้นอันดาลูเซียโดยเฉพาะจังหวัดเซบีญาเป็นผู้นำของโลกด้านการส่งออกน้ำมันมะกอก และเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกผลมะกอก นอกจากนี้ นาย Miguel Ángel Jiménez Segador ยังชี้ช่องทางการลงทุนและการทำธุรกิจด้วยว่าอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของจังหวัดเซบีญามีศักยภาพ สามารถขยายตัวได้อีกมาก และเชิญชวนให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนมาทำธุรกิจในสาขานี้ เพราะนอกจากน้ำมันมะกอกและผลมะกอกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง จังหวัดเซบีญายังมีสินค้าเกษตรและอาหารอื่น ๆ ได้แก่ พืชตระกูลส้ม มะนาว (citrus) ผลไม้มีเมล็ด (ลูกพีช ลูกพลัม แอปริคอต) รวมทั้งมีพื้นที่อันกว้างขวาเหมาะสมสำหรับทำธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ได้แก่ กระทิง หมู วัว แพะ แกะ ม้า และห่าน