บริษัทสเปนพิชิตตลาดเอเชีย

บทความเรื่อง “Las empresas españolas a la conquista de Asia” หรือ บริษัทสเปนพิชิตตลาดเอเชีย เผยแพร่ในเวบไซต์ Marca España[1] เมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2015 รวบรวมรายชื่อบริษัทสเปนที่เข้าไปทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ตั้งแต่ 30 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน (ค.ศ. 2015) โดยแบ่งสาขาธุรกิจเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่งและอุตสาหกรรมยานยนต์ 2. พลังงานและสิ่งแวดล้อม และ 3. อุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้า แฟชั่นและการบริการ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  1. จีนและอินเดีย จีนเป็นประเทศเป้าหมายสำคัญในการขยายธุรกิจเนื่องจากเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 พันล้านคน บริษัทสเปนเริ่มเข้าไปบุกตลาดจีนตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 80 แต่การขยายธุรกิจในจีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา ปัจจุบัน มีบริษัทสเปนในจีนประมาณ 600 บริษัท ส่วนอินเดียเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียรองจากจีน บริษัทสเปนเริ่มบุกเข้าไปในตลาดอินเดียช่วงทศวรรษที่ 90 ปัจจุบันมีบริษัทสเปนในอินเดียประมาณ 240 บริษัท
  1. กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นตลาดที่มีพลวัตแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า ปลายทศวรรษนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว เนื่องจากปัจจัยด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาค กอปรกับการมีตลาดแรงงานวัยหนุ่มสาวเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลให้มีจำนวนชนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น และจะทำให้อุปสงค์ของสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  1. บริษัทสเปนที่เข้าไปทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่งและอุตสาหกรรมยานยนต์ในเอเชีย
  • Técnicas Reunidas (TR) เป็นบริษัทสเปนลำดับต้น ๆ ที่บุกตลาดจีน เข้าไปทำธุรกิจในจีนเป็นระยะเวลามากกว่า 20 ปี เคยชนะการประกวดราคาโครงการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ โรงงาน NGL โรงงานอุตสาหกรรมเหล็ก โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และโรงงานอุตสาหกรรมปุ๋ย รวมมูลค่าโครงการ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังได้เข้าไปทำธุรกิจในมาเลเซียตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 หลังจากได้งานโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมีที่ Pengerang (ยะโฮร์)
  • DanobatGroup เป็นผู้นำด้านเครื่องจักร ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ได้ร่วมทุนกับบริษัทผลิตอุปกรณ์สำหรับการรถไฟของจีนชื่อ Beijing Feb. 7th Railway Transportation Equipment Co. Ltd. ในการผลิตเครื่องมือในการซ่อมบำรุงล้อรถไฟ
  • Alsa เข้าไปจัดตั้งธุรกิจในจีนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984 โดยเริ่มจากการให้บริการแท็กซี่ในเมืองเซินเจิ้น ปัจจุบัน ให้บริการรถโดยสาร 147 สาย ไปยังจุดหมายปลายทาง 538 แห่ง มีสาขาใน 17 จังหวัดของจีน
  • Airbus เปิดตัวโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบินรุ่น A330 แห่งที่สองเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 ในประเทศจีน และเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015 บริษัท ฯ ได้ประกาศว่าสายการบินอินเดียชื่อ IndiGo Airlines จะซื้อเครื่องบินรุ่น A320neo จำนวน 250 ลำจากบริษัท Airbus บริษัท ฯ ได้ส่งมอบเครื่องบินลำแรกแก่สายการบินเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016
  • Defence and Space กองทัพมาเลเซียสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น A400M จำนวน 4 ลำจากบริษัท ฯ
  • Grupo Gestamp เป็นบริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์ เข้าไปตั้งบริษัทในอินเดียตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 มีสำนักงานส่งเสริมการค้า 1 แห่งและโรงงาน 2 แห่ง  และได้เริ่มทำธุรกิจในจีนเมื่อปี ค.ศ. 2008 ปัจจุบัน มีโรงงานผลิตรถยนต์ 8 แห่งในจีน นอกจากนี้ Gestamp Solar ในเครือ Grupo Gestamp ได้เข้าไปขยายกิจการในญี่ปุ่น โดยสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดอิบารากิเป็นโครงการแรกเมื่อปี ค.ศ. 2014 และในปี ค.ศ. 2015 บริษัทฯ ชนะการประกวดราคาโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 24.78 เมกะวัตต์ในฮิโรโน จังหวัดอิวาเตะ
  • Ficosa เน้นด้านการวิจัย พัฒนา ผลิตและการค้าด้านระบบความปลอดภัย การสื่อสารสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เริ่มจัดตั้งธุรกิจในจีนเมื่อปี ค.ศ. 2002
  • Grupo Antolín เป็นบริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งเริ่มเข้ามาทำธุรกิจในจีนในทศวรรษ 2000 ปัจจุบัน มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมด 14 แห่งในจีน และ 4 แห่งในอินเดีย  บริษัท ฯ เข้ามาจัดตั้งธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ. 2008 หลังจากที่บริษัท ฯ ได้อนุญาตให้บริษัท NHK Spring (Thailand) Co.,LTD. ใช้สิทธิประโยชน์จากเทคโนโลยี (Technology licensing) ในการผลิตเพดานรถยนต์ที่จังหวัดระยอง นอกจากนี้ ยังมีโรงงานผลิตที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย
  • Isolux Corsán เชี่ยวชาญด้านการทำสัมปทาน พลังงาน การก่อสร้างและการบริการด้านอุตสาหกรรม เคยชนะการประกวดราคาโครงการรถไฟขนาดใหญ่ 3 โครงการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศอินเดีย นอกจากนี้ ยังเข้าไปจัดตั้งธุรกิจในบังกลาเทศในปี ค.ศ. 2011 อีกด้วย
  • OHL ดำเนินธุรกิจในอินเดียตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 ผ่านข้อตกลงร่วมกับบริษัทสเปนชื่อ TCB (Terminal de Contenedores de Barcelona) บริษัท Lanco Infratech (บริษัทก่อสร้างอินเดีย) และบริษัทจัดการกองทุน Eredene Capital ซึ่งชนะการประมูลโครงการสร้าง container terminal ในท่าเรือ Ennore ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญแห่งหนึ่งของอินเดีย ในประเทศเวียดนาม บ. OHL เริ่มเข้ามาทำธุรกิจเมื่อปี ค.ศ. 2014 โดยชนะการประกวดราคาโครงการก่อสร้างทางด่วน 2 โครงการ ร่วมกับบริษัทหุ้นส่วนในพื้นที่ ปัจจุบัน มีสำนักงานตัวแทนอยู่ที่กรุงฮานอย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียด้วย
  1. บริษัทสเปนที่เข้าไปทำธุรกิจพลังงานและสิ่งแวดล้อมในเอเชีย
  • Gamesa บริษัทชั้นนำของโลกด้านธุรกิจพลังงานลม มีประสบการณ์กว่า 15 ปีในการดำเนินธุรกิจในจีน ทำให้เป็นที่ยอมรับในฐานะบริษัทต่างชาติ ปัจจุบัน จีนมีวินด์ฟาร์ม 15 แห่ง ศูนย์อบรม 1 แห่ง ในอินเดีย Gamesa ได้รับการขนานนามว่าเป็นบริษัทที่มียอดรวมการติดตั้งหน่วยกำลังไฟฟ้า MW (เมกกะวัตต์) มากที่สุดในประเทศเป็นเวลาสองปีซ้อน (ปี ค.ศ. 2013 และ 2014) ในฟิลิปปินส์ Gamesa เข้าไปดำเนินธุรกิจเมื่อปลายปี ค.ศ. 2013 โครงการแรกที่ประมูลได้ คือ โครงการติดตั้งและเดินเครื่องกังหันลมจำนวน 27 ต้น รุ่น G90-2.0MW ที่วินด์ฟาร์มซาน โลเรนโซ ส่วนในประเทศไทย เมื่อปี ค.ศ. 2015 บริษัทกันกุล เอ็นจิเนียริ่งได้ลงนามสัญญาจัดซื้อ จัดจ้าง ขนส่ง พร้อมติดตั้ง และทดสอบกังหันลมกับบริษัท Power China Zhongan Engineering ซึ่งเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีชื่อเสียง พร้อมทั้งลงนามสัญญาบริการบำรุงรักษา และรับประกันความพร้อมสำหรับการเดินเครื่องกับบริษัท Gamesa จากสเปน โดย Gamesa จะเข้าไปติดตั้งกังหันลมที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียจำนวน 33 ต้น นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ใต้หวัน เกาหลีใต้ และศรีลังกา
  • Cepsa เข้าไปสร้างโรงงานเคมีภัณฑ์ที่เมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อปี ค.ศ. 2015 ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกของบริษัท ฯ ในเอเชีย
  • Ormazabal บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเครือบริษัท Velatia เข้าไปบุกตลาดจีนในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 เมื่อปี ค.ศ. 2011 ได้เปิดตัวโรงงานผลิตระบบริงเมนยูนิต (Ring Main Unit) ที่มีฉนวนกั้นก๊าซ ณ เมืองคุนซาน นับว่าเป็นโรงงานที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
  • Abengoa ซึ่งเชี่ยวชาญการบริการด้านวิศวกรรม การก่อสร้างและการพัฒนาในสาขาพลังงานน้ำและสิ่งแวดล้อม ได้ซื้อหุ้น 25% ของบริษัท Green Tech ซึ่งทำธุรกิจในประเทศจีนด้านการบำบัดน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ในอินเดีย บริษัท ฯ มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงนิวเดลีและเมืองบอมเบย์ เป็นเจ้าของกิจการโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล 1 แห่ง และศูนย์ผลิตโครงสร้างเหล็กอีก 1 แห่ง
  1. บริษัทสเปนที่เข้าไปทำธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้า แฟชั่นและการบริการในเอเชีย
  • Inditex (เจ้าของแบรนด์ Zara, Pull & Bear, Massimo Dutti, Bershka, Stradivarius, Oysho, Zara Home และ Uterqüe) ได้เข้ามาบุกตลาดญี่ปุ่นตั้งแต่ ค.ศ. 1998 ปัจจุบัน มีร้านค้าทั้งหมด 138 สาขา ประเทศจีนเป็นตลาดสำคัญอันดับ 2 รองจากประเทศสเปน บริษัท ฯ เปิดร้านแบรนด์ Zara ครั้งแรกในฮ่องกงปี ค.ศ. 2004 ปัจจุบัน มีร้านค้าแบรนด์ในเครือ 509 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้เข้าไปขยายธุรกิจในประเทศอื่น ๆ ของภูมิภาค ได้แก่ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินเดีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย และใต้หวัน
  • Mango มีร้านค้าของบริษัทฯ และร้านแฟรนไชส์ในจีนรวม 90 แห่ง ร้านค้าในญี่ปุ่นรวมทั้งหมด 6 แห่ง อาทิ ในเมืองโอซากา โตเกียว นอกจากนี้ ยังเข้าไปดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย มองโกเลีย เมียนมาร์ ศรีลังกา ใต้หวัน ไทย เวียดนาม และสิงคโปร์
  • Cortefiel เริ่มบุกตลาดจีนเมื่อปี ค.ศ. 2002 โดยเข้าไปเปิดร้านแบรนด์ในเครือ ได้แก่ Pedro del Hierro และ Springfield ปัจจุบัน มีศูนย์กระจายสินค้า 1 แห่งและร้านค้า 10 สาขา และยังเข้าไปขยายธุรกิจในเกาหลีใต้ สิงคโปร์และไทย
  • Hoss Intropia ดำเนินธุรกิจด้านแฟชั่นและเครื่องประดับ เริ่มเข้ามาเปิดร้านที่ห้างสรรพสินค้า Harbour City ในฮ่องกงเมื่อปี ค.ศ. 2013 และได้ขยายสาขาไปที่จังหวัดอื่น ๆ ในปี ค.ศ. 2014
  • แบรนด์ 24 HRS มีจุดจำหน่ายสินค้าหลายแห่งทั้งในจีนและฮ่องกง นอกจากนี้ยังมีร้านค้าในห้างอิเซตัน ย่านชินจูกุ (กรุงโตเกียว) และธุรกิจหลายแห่งในญี่ปุ่น
  • Grupo Mascaró เข้ามาเปิดร้านรองเท้ายี่ห้อ Pretty Ballerinas เมื่อปี ค.ศ. 2013 ที่ย่านช้อปปิ้งอาโยยามะ และโอโมเตะซันโด ในปี ค.ศ. 2014 ได้เปิดร้านสาขาแรกที่ย่านคอร์สเวย์เบย์ (ฮ่องกง) และมีแผนจะขยายธุรกิจไปยังเมืองอื่น ๆ ของประเทศจีน
  • แบรนด์รองเท้าสไตล์คลาสสิคชื่อ Lottusse เข้ามาดำเนินธุรกิจในหลายเมืองของจีน อาทิ ปักกิ่ง เฉิงตู หางโจว เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหยาง
  • Grupo Hergar เจ้าของแบรนด์ Callaghan คาดว่าในปี ค.ศ. 2017 จะเปิดสาขาให้ครบ 100 แห่งทั่วจีน ปัจจุบัน มีร้านค้า 30 สาขาตั้งอยู่ในเมืองสำคัญของประเทศ
  • แบรนด์ Pikolinos เข้ามาเปิด Pop up Store ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2014 ที่เซี่ยงไฮ้ (จีน) และโตเกียว (ญี่ปุ่น) และปี ค.ศ. 2015 ได้เปิดร้านอีกหนึ่งแห่งที่เมืองโกเบ
  • Melia Hotels Intercontinental เป็นกลุ่มโรงแรมจากสเปนลำดับต้น ๆ ที่บุกตลาดเอเชีย ในปี ค.ศ. 2014 ได้เปิดตัวโรงแรม 2 แห่งที่นครจี้หนาน (มณฑลซานตง) และ นครซีอาน (มณฑลส่านซี) และในปี ค.ศ. 2015 ได้เปิดโรงแรมแห่งที่สองที่เกาะชวา อินโดนีเซีย  และเมืองดานัง เวียดนาม บริษัทฯ คาดการณ์ว่า ในปี ค.ศ. 2016 จะเปิดโรงแรมที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ หงเฉียว และเปิดตัวโรงแรมภายใต้แบรนด์ Innside ที่นครเจิ้งโจว (จีน)  เปิดตัวโรงแรมใหม่อีก 4 แห่งที่อินโดนีเซีย 1 แห่งที่เวียดนาม และโรงแรมแห่งแรกที่เมียนมาร์ ส่วนการขยายกิจการในประเทศไทย เมื่อปี ค.ศ. 2015 บริษัท ฯ ได้ลงนามกับบริษัทไทยชื่อ TCC Land Asset World (TCC Group) ในการเปิดโรงแรม 3 แห่งแรกภายในระยะเวลา 3 ปี บริษัท ฯ เพิ่งเปิดตัวโรงแรม Sol Beach House Koh Samui เมื่อปี ค.ศ. 2016 และมีแผนว่าจะเปิดโรงแรมแห่งที่สอง ME by Meliá ที่กรุงเทพ ฯ ส่วนโรงแรมแห่งที่สามยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

[1] เป็นเวบไซต์ของรัฐบาลสเปนจัดทำขึ้นตามนโยบาย “Marca España” (แบรนด์สเปน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศสเปนในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ศักยภาพในการแข่งขัน นวัตกรรม วัฒนธรรม และจุดเด่นของประเทศสเปน ที่มาของข่าว http://marcaespana.es/talento-e-innovaci%C3%B3n/econom%C3%ADa-competitiva/las-empresas-espa%C3%B1olas-la-conquista-de-asia

ที่มาของภาพ http://compraraccionesdebolsa.com