ไทยเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของสเปน “FITUR ครั้งที่ 37”

 

ไทยเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของสเปน “FITUR ครั้งที่ 37” ระหว่างวันที่ 18-22 มกราคม 2560 ณ ศูนย์ประชุม Feria de Madrid กรุงมาดริด

งาน FITUR (Feria Internacional de Turismo) ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของสเปน จัดเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 18-22 มกราคม 2560 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Feria de Madrid กรุงมาดริด โดยหัวข้อหลักของงาน คือ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ที่ประกาศให้ปี ค.ศ. 2017 เป็น “ปีสากลแห่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนา” (The Year of Sustainable Tourism for Development)

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเลติเซียได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน FITUR และได้เสด็จเยี่ยมชมคูหาแสดงสินค้าท่องเที่ยวหลายแห่ง อาทิ คูหาประเทศอาร์เจนตินาซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงานครั้งนี้ คูหาประเทศอิตาลีเพื่อสอบถามสถานการณ์แผ่นดินไหว และคูหาประเทศตุรกีซึ่งทรงแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ก่อการร้ายในหลายเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งคูหาของประเทศสเปน

การเข้าร่วมงานของไทย

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจำนวน 15 รายเข้าร่วมงาน โดย ททท. ได้จัดทำคูหาประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ขนาด 167 ตรม. มีการจัดกิจกรรมภายในคูหาหลายกิจกรรม ได้แก่

  1. การประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชมงานได้รับทราบแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน สุโขทัย อยุธยา และกาญจนบุรี แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น เกาะสมุย ภูเก็ต กระบี่ พัทยา หัวหิน และกิจกรรมพิเศษ ได้แก่ มวยไทย Wedding & Honeymoon, Shopping, Spa & Wellness, Bangkok Street Food
  2. การพบปะ/เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยในธุรกิจท่องเที่ยวจำนวน 15 ราย (บริษัทนำเที่ยว 8 ราย โรงแรม 5 ราย และสายการบิน 2 ราย) กับตัวแทนบริษัทนำเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมงาน
  3.  ททท. จัดคูหาโดยใช้ชื่อแคมเปญ ‘Discover Amazing Stories through Local Experiences’ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นแก่นักท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมสาธิต ได้แก่ การสาธิตนวดไทยและทำยาดมจากอภัยภูเบศร การสาธิตทอผ้าตีนจกจากบ้านหาดเสียวและการทอผ้าหมักโคลนจาก บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย การสาธิตการทำกระทงและตัดตุง จำลองเทศกาลลอยกระทง และการแสดงทางวัฒนธรรมไทย อาทิ การแสดงหุ่นละครเล็กและโขน

                    

 

     

อนึ่ง เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 นางรัตติกุล จันทร์สุริยา เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ได้เยี่ยมชมคูหาไทย และได้สนทนากับผู้บริหารของ ททท. เกี่ยวกับลู่ทางในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับสเปนด้วย

นอกจากการเข้าร่วมงาน FITUR 2017 แล้ว ททท. ยังได้จัดงาน Thai Night เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 ณ โรงแรม Westin Palace Hotel กรุงมาดริด มีเพื่อพบปะกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสเปน โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน และสายการบินพันธมิตรในพื้นที่ โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด เป็นผู้กล่าวต้อนรับ โดยนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ ททท. และนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกาตะวันออกกลาง และอเมริกา ได้นำเสนอสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย นโยบายและทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยบนพื้นฐานการนำเสนอประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยเฉพาะถิ่น (Unique Thai Local Experience) เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Quality Destination ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมสาธิตนวดไทยและทำยาดม การสาธิตทอผ้าตีนจกจากบ้านหาดเสียวและการทอผ้าหมักโคลนจากบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย การแสดงทางวัฒนธรรมไทย รวมทั้งการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มไทย เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยแก่ผู้เข้าร่วมงาน
     

การจัดงาน FITUR มีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องในด้านจำนวนบริษัทที่จัดคูหาแสดงสินค้า จำนวนพื้นที่ในการจัดแสดง และจำนวนผู้เข้าร่วมงาน โดยในงาน FITUR 2017 มีหน่วยงานหรือบริษัทที่มาจัดคูหาแสดงผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวจำนวน 755 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับงาน FITUR 2016 จำนวนผู้จัดคูหาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 (จากภูมิภาคอเมริกาและลาตินอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกร้อยละ 12 และยุโรปร้อยละ 9) จำนวนผู้จัดคูหาของประเทศสเปนมีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จำนวนพื้นที่ในการจัดแสดงทั้งหมด 62,494 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และมี 9,672 บริษัทจาก 165 ประเทศ  เข้าร่วมงาน จากรายงานล่าสุดพบว่ามีผู้เข้าร่วมงาน FITUR 2017 ทั้งหมด 245,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า